หมวดหมู่: เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM
20 แนวคิด ของคนที่สำเร็จบนธุรกิจออนไลน์ ที่คุณอาจไม่มี

20 แนวคิด ของคนที่สำเร็จบนธุรกิจออนไลน์ ที่คุณอาจไม่มี

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

20 แนวคิด ของคนที่สำเร็จบนธุรกิจออนไลน์ ที่คุณอาจไม่มี

แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจและนำมาปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นเราจะมาคุยเพื่อเน้นย้ำกันอีกครั้ง

1. คนสำเร็จ มองตัวเองเป็น “เจ้าของธุรกิจ”

นี่คือมุมมองง่ายๆ ที่คนล้มเหลวมักจะมองข้าม

หารู้ไม่ว่า เป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ ในการประสบความสำเร็จ

ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ พลังที่เราจะใส่เข้าไปจะไม่เต็ม 100% หากเราไม่มองว่าเป็นธุรกิจของเรา

เหมือนกับ 80% ของคนที่ทำงานประจำ จะแค่ทำงานตามคำสั่ง ไปวันๆ

ขาดแรงกระตุ้น ที่จะพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก

อยากสำเร็จ จงฝึกแนวคิดนี้ซะ

2. คนสำเร็จ กระตือรือร้นและรักในสิ่งที่ทำอยู่

คุณตื่นเช้า มาพร้อมกับความรู้สึก อยากเช็คอีเมลล์ อยากดูยอดขาย อยากดูกำไร หรืออื่นๆอีกไหม

ถ้าคุณทำ ผมบอกได้เลยว่า คุณรักมันเข้าแล้ว และมันจะเป็นพลังผลักดันมหาศาล

นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ของคนที่ทำออนไลน์แล้วสำเร็จ เพระคุณจะกระตือรือร้นทำมันมากยิ่งๆขึ้นไปอีก

มันคือพลังแฝง ที่ดึงคุณให้หลุดพ้นจากคำว่า ขี้เกียจ

คำว่าต้อง ตื่นเช้า จะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไป

 3. คนสำเร็จ จะไม่อ้างว่า “ไม่มีเวลา”

คุณชอบอ้างแบบนี้หรือป่าว ถ้าคุณทำ แสดงว่าคุณขาดคุณสมบัติข้อ 1 และ 2

จงกลับไปอ่านมันใหม่อีกครั้ง อย่างช้าๆ และคิดตาม

หากคุณจะอยากประสบความสำเร็จ คุณต้องเปลี่ยนมันให้ได้

เชื่อหรือไม่ว่า คนที่ประสบความสำเร็จจะหาเวลาให้กับธุรกิจของเขาเสมอ ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน

ถึงจะทำงานประจำ เขาจะคิดถึงธุรกิจของเขา มากกว่างานประจำเสียอีก

หากแอบเจ้านายได้ เขาก็จะทำ (ใครทำอยู่ ก็แอบให้ดีนะครับ ฮา)

4. คนสำเร็จ ชอบสร้างโอกาส ไม่ใช่รอคอยโอกาส

คุณเชื่อไหม ผมเจอคนที่ทำแล้วสำเร็จหลายๆคน สิ่งที่เขาทำเหมือนๆกัน คือ

เขาไม่เคยหยุด สร้างโอกาสใหม่ๆให้กับตัวเอง

มองอีกแง่มุมหนึ่งคือ เขาอยู่ในที่ที่ควรอยู่ และ สรรหาลู่ทางใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

เขาเริ่มต้นที่ตัวเอง นำตัวเองให้อยู่ในทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายของเขา

พวกเขาจะไม่รอให้ใคร นำโอกาสมาให้ แต่เขามักสร้างมันขึ้นมาเอง อย่างไม่รีรอ

บางครั้งเขาก็ไม่รู้หรอกว่า โอกาสที่สร้างจะสมบูรณ์เมื่อไหร่ แต่เขาพร้อมรับมันเสมอ

เพราะเขาก้าวข้ามคำว่า เป็นไปไม่ได้ ไปเสียแล้ว

5. คนสำเร็จ ไม่กลัว สิ่งที่อยู่ข้างหน้าที่ยังมาไม่ถึง

สิ่งหนึ่งที่คนสำเร็จเหล่านี้มีเหมือนๆกัน นั่นคือ การไม่เกรงกลัวกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

พวกเขาพร้อมที่จะลุย หรือ ดับเครื่องชน หากเขาคิดว่ามันคุ้มค่า

ผลที่ได้รับมักจะมีทั้งสองแง่ คือ ประสบความสำเร็จสุดๆ หรือ ไม่ก็ล้มเหลว

แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะได้รับ ก็คือ ประสบการณ์ และ การเรียนรู้

และนั่นคือการสร้างโอกาส เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่ๆนั่นเอง

อย่างเช่น หากมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ การโฆษณาใหม่ๆ พวกเขาจะไม่พลาดที่จะลองมันอย่างแน่นอน

แล้วคุณล่ะ แค่เจอมันแล้วผ่านไป เพราะยังไม่พร้อม หรือคุณกลัวกันแน่ ตอบตัวเองดูครับ

6. คนสำเร็จ พร้อมเริ่มใหม่ได้เสมอ

ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจออนไลน์ การเริ่มต้นใหม่ เป็นสิ่งที่ควรอยู่ในสายเลือดของคนทำธุรกิจ

ร้อยละร้อย คนที่เคยทำออนไลน์ หรือ ทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต้องเคยล้ม เคยทำไม่ได้ตามที่หวังมาก่อน

มีอุปสรรคมากมาย ทั้งในแง่ บุคคล ระบบ หรือ ตัวสินค้าเอง

แต่สิ่งที่คนประสบความสำเร็จมีเหมือนกันคือ ใจที่พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่

โดยสิ่งสำคัญคือ ต้องไม่เลือกเส้นทางเดิม ในการไปให้ถึงเป้าหมาย

7. คนสำเร็จ ใช้เป้าหมายเล็กๆ ผลักดันเป็นเป้าหมายใหญ่

คนที่สำเร็จส่วนใหญ่ เขาสร้างเป้าหมายเล็กๆขึ้นมา พร้อมกับเป้าหมายใหญ่ๆ

โดยเน้นทำเป้าหมายเล็กให้สำเร็จโดยเร็ว

คุณคงไม่รู้ ว่านี่คือ พลังขับเคลื่อน อย่างดี

อยากขายสินค้าให้ได้ 1 ล้าน

คุณต้องลองสร้างความรู้สึกประทับใจกับการขาย 1 พัน ให้ได้ก่อน หรือ ขายชิ้นแรกให้ได้ก่อน

แล้วเก็บความรู้สึกแรกนั้น เป็นตัวผลักดันเป้าหมายใหญ่ๆ ต่อไป

ที่สำคัญและห้ามลืม คือ ความรู้สึกแห่งชัยชนะ หรือ ความสำเร็จกับเป้าหมายเล็กๆเหล่านั้น

และใช้ความรู้สึกนี้ เป็นพลังผลักดันในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

8. คนสำเร็จ คิดและวางแผน อย่างเป็นระบบ

หากคุณได้ลองคุยกับคนที่สำเร็จเยอะๆ คุณจะเห็นสิ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนกันคือ

การคิด และ การวางแผน อย่างมีระเบียบ

ต่างกับคนที่ล้มเหลว นึกจะทำอะไรก็ลงมือทำอย่างขาดสติ คิดแต่ไม่รอบคอบเพียงพอ

บางคนคิดว่ายาก และเสียเวลาที่ต้องมานั่งคิด นั่งวางแผน เอาเวลาไปรีบหาเงินดีกว่า

แต่เชื่อเถอะว่า 1 ชั่วโมงที่คุณใช้เวลาวางแผน

อาจย่อนระยะเวลาแห่งความสำเร็จจาก 1 ปี เหลือแค่ 1 เดือน ก็ได้

ลองนั่งบันทึก นั่งลิสสิ่งสำคัญที่ต้องทำในแต่ละวันดูสิ

แค่วันละครึ่งชั่วโมง คุณก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพของงานในวันนั้นได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

แต่จงอย่าเชื่อผม ต้องลองทำดู!

9. คนสำเร็จ ไม่ย้ำคิดย้ำทำจนเกินไป

เมื่อคิด และ วางแผน จบแล้ว ก็ลุยลงมือทำมันเลยครับ

นี่คือเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้คนล้มเหลว เริ่มทำอะไรไม่ได้สักที มัวแต่คิดวนไปวนมา ย้ำคิดย้ำทำ

คนที่ประสบความสำเร็จ จะลงมือทำตามแผนการที่ได้วางไว้

แล้วลุยมันให้สุดทาง

โดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่ทำมันให้สุดๆ

10. คนสำเร็จ มีวินัยกับสิ่งที่กำลังทำ

ไม่ใช่ความคิดหรือแผนการที่จะทำให้คนสำเร็จ มันคือ วินัย ต่างหาก

ต่อให้แผนการดีเลิศขนาดไหน หากคุณไม่ทำตามและมีวินัยที่จะทำมันมากพอ ก็ล้มเหลวอยู่ดี

นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีวินัยในการฝึกฝีมือทั้งสิ้น

คนที่สำเร็จในธุรกิจก็เฉกเช่นเดียวกัน เขามีวินัยกับแผนการที่วางไว้

ลองฝึกตัวเองดูสิ แค่มีวินัยตื่นเช้า ออกกำลังกายให้ได้

แล้ววินัยอย่างอื่นก็จะตามมาเอง ไม่ต้องเชื่อ แต่ลองดูเองเถอะครับ

11. คนสำเร็จ ต้องมีทีมงานที่มีแนวคิดเดียวกัน

การลุยเดี่ยวไม่ใช่ว่าจะสำเร็จไม่ได้ อาจจะมีแค่ 1% ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ

แต่อีก 99%  จะโตได้แค่จุดหนึ่งเท่านั้น

เพราะ เวลา และ ความสามารถ อันจำกัดนั่นเอง

คุณต้องมีทีมงาน หรือกลุ่มคนที่มีแนวคิด มีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน

จึงจะนำคุณให้โตขึ้นๆไปอีก แบบคุณเองก็คาดไม่ถึง ลองสร้างทีมงานขึ้นมาดูครับ

ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ

คุณต้องฝึกแนวความคิดและพัฒนาให้กับทีมงานอยู่เสมอๆ

อย่าปล่อยให้ปัญหาอื่นๆ เข้ามาทำลายแนวความคิดหลักของทีม

12. คนสำเร็จ รู้จักใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสร้างความมั่งคั่ง

หลายคนอาจจะยังไม่ตระหนัก ทุกๆนาทีที่อินเตอร์เน็ตมีการพัฒนา

ล้วนเป็นนาทีที่ หลายๆอาชีพ กำลังล้มหายตายจากไป จากการโดนแทนที่

คนประสบความสำเร็จหลายๆคน ได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ จึงไม่จำเป็นต้องไปทำงาน

แต่สามารถมีชีวิตมั่งคั่งและสร้างรายได้อย่างงดงาม

แล้วคุณล่ะ ใช้อินเตอร์เน็ตทำอะไร เล่นเฟสบุ๊ค ไลน์ เล่นไปเรื่อยเปื่อย อยู่หรือเปล่า

ลองหาลู่ทางจากอินเตอร์เน็ตให้เจอ ในรูปแบบความชอบของตัวเองดูสิ

แล้วคุณจะเจอขุมทรัพย์!

13. คนสำเร็จ ไม่เคยหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า คนที่หยุดเรียนรู้ ก็เหมือนคนที่หยุดใช้ชีวิตไปแล้ว

โลกสมัยใหม่ ก้าวหน้าไปเร็วมาก เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ที่มาพร้อมกับอินเตอร์เน็ต

การเรียนรู้ง่ายขึ้นมากๆ ขอแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

ของฟรี มีอยู่มากมาย อยู่ที่คุณสนใจจะหามันหรือเปล่า

หรือแม้แต่การเรียนรู้ จากการเข้าร่วมสัมนา หรือ หลักสูตรสั้นๆ

ล้วนเป็นการพัฒนาตัวเอง และสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนให้ความรู้กับตัวเอง

จงพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ

14. คนสำเร็จ ชอบการวิเคราะห์และประเมินผล

คนที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจออนไลน์ หรือ ธุรกิจอะไรก็ตาม

มักจะมีนิสัยชอบการวิเคราะห์และประเมินผลงาน อยู่เสมอ

ซึ่งทำให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า เข้าใจประสิทธิภาพของระบบ

จึงสามารถเพิ่มยอดขาย และเพิ่มผลกำไรได้ในที่สุด

และที่สำคัญ เข้าใจตัวเอง ว่าตัวเองทำอะไรอยู่

และ เข้าใจในเป้าหมายชีวิตของตัวเองมากขึ้นนั่นเอง

15. คนสำเร็จ ไม่ล้มเลิกและหาแนวทางใหม่ๆ

คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่คิดจะล้มเลิกอะไรง่ายๆ

หนทางแรกไม่สำเร็จ เขาจะลุยหนทางที่สอง สาม สี่ ห้า

หรือทำจนหาทางอื่นไม่ได้แล้วจริงๆ

ซึ่งต่างกับพวกล้มเหลว ที่แม้แต่หนทางแรกก็ไม่คิดจะทำให้สุด

ก็ไปหาหนทางแบบอื่นแล้ว

หรือไม่ก็ล้มเลิกไปตั้งแต่กลางทาง

แล้วจะสำเร็จได้อย่างไรล่ะ

16. คนสำเร็จ รักความก้าวหน้า

“อยู่แบบนี้ก็สบายแล้ว ไม่รู้จะดิ้นรนไปทำไม”

คงเคยได้ยินประโยคนี้ใช่ไหม นี่คือความคิดของคน 80% ในโลกใบนี้

แต่คนอีก 20% ที่ประสบความสำเร็จ ไม่คิดแบบนี้

เขาจะมองหาที่ที่ดีกว่า ที่ที่สร้างความก้าวหน้ามากกว่า

ไม่ใช่เพราะความโลภ แต่เป็นความรัก ในความก้าวหน้า นั่นเอง

17. คนสำเร็จ ชอบทำงานนอกสถานที่

นี่คือ อิสระภาพที่แท้จริง ของการใช้ชีวิต

อยากทำงานที่ไหนก็ได้ ขอแค่เข้าถึงการสื่อสาร เข้าถึงอินเตอร์เน็ต

ไม่ใช่ยุคที่จะต้องไปทำงานในห้องเล็กๆ โต๊ะเล็กๆ กับ 8 ชั่วโมงต่อวัน

ต้องเสียเวลากับรถติด เสียเวลากับการต่อคิว

คนที่สำเร็จ จะมองหาลู่ทางเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งจำเจเหล่านี้

แล้วคุณล่ะ?

18. คนสำเร็จ ถือเคล็ดลับ Work life balance

การทำงานและเงินไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

จงใช้มันเพื่อสร้างสมดุลให้ชีวิตของคุณ

นี่คือสิ่งที่คนสำเร็จเขาทำกันได้จริงๆ

ทำงานให้หนัก แต่ใช้ชีวิตให้สมดุลไปด้วย

บางคนสร้างงานจากสิ่งที่ชอบ ก็เหมือนการใช้ชีวิตนั่นเอง

จงหาเวลาสังสรรค์ ท่องเที่ยว และใช้ชีวิตในแบบที่อยากทำ

พักผ่อนเมื่ออยากพัก ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง

คุณเลือกเองได้ จงกล้าที่จะเลือก

19. คนสำเร็จ ชอบสร้างความงอกเงยให้กับรายได้

คนสำเร็จนอกจากจะเลือกลงทุนในความรู้แล้ว

ยังเลือกลงทุน หรือหาหนทางทำให้เงินและทรัพย์สินที่หามานั้นงอกเงยขึ้น

เขาเลือกที่จะทำงานแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง แล้วหาทางทำเงินในขณะที่เขานอนหลับ

ต่างจากคนล้มเหลว ที่คิดแต่ว่าวันนี้จะต้องหาให้ได้เท่าไหร่ ใช้เท่าไหร่

สิ้นเดือนจะได้เงินเท่าไหร่ มีเงินใช้หนี้

ใช้ชีวิตอยู่แค่เงินจากค่าจ้าง เงินเดือน

คุณเป็นแบบไหน?

20. คนสำเร็จ รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น

เป็นหัวข้อสุดท้ายที่คนประสบความสำเร็จทั้งในการงานและชีวิตทุกคนมี

นั่นคือ การให้ และ การแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่น

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ล้วนส่งผลดีกลับมายังผู้ให้

และสร้างความเจริญมั่งคั่ง ยิ่งๆขึ้นไปอีก

ลองสังเกตคนที่เขาประสบความสำเร็จมากๆดูสิครับ

ว่าเขาใช้ชีวิตยังไง

Credit : อเมซอนกูรู

ฟรี! SME Bank “เปิดลายแทงรวยออนไลน์ รับ 4.0

ฟรี! SME Bank “เปิดลายแทงรวยออนไลน์ รับ 4.0

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

ฟรี! SME Bank “เปิดลายแทงรวยออนไลน์ รับ 4.0

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.)  จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “เปิดลายแทงรวยออนไลน์ จาก 7,000 เป็น 13 ล้านต่อเดือน!!!” ในวันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2560  เวลา 8.30 – 16.45 น.  ณ ห้องแก้ววิเชียร ชั้น 11  อาคารสำนักงานใหญ่  SME Bank Tower ติดสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ เพื่อต่อยอดนโยบายรัฐเน้นส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการ SMEs รู้ทันกลยุทธทางการตลาดยุค E-Commerce  พร้อมจัด Workshop ลงมือปฏิบัติจริงเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน อาทิ วิธีเลือกสินค้าอย่างไรให้โดนใจยุค SMEs 4.0  ,วิธีเริ่มต้นการจำหน่ายบนแพลตฟอร์มใน 3 นาที  ,เคล็ดลับการขายในโลกออนไลน์,  การสร้างคีย์เวิร์ดอย่างไรให้หาเจอ และการบริหารงานหลังร้านให้เป็นระบบกำไรไม่รั่วไหล  โดยวิทยากรคนรุ่นใหม่ไฟแรง  คุณนัฐพล บุญภินนท์  Head of E-Commerce จาก News Step Asia ซึ่งจะนำประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดเผยทุกเทคนิคว่าทำอย่างไรจากยอดขายเพียง 7 พันบาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 13 ล้านบาทต่อเดือนได้

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ Call Center 1357  ด่วน! รับจำนวนจำกัด ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ ของธนาคารผ่านช่องทาง facebook.com/SMEDevelopmentBank

รวยออนไลน์ลงทุน 0 บาท

รวยออนไลน์ลงทุน 0 บาท

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

รวยออนไลน์ลงทุน 0 บาท

เส้นทางรวยมีหลายเส้นทางตามความถนัดและความชอบแต่ละบุคคล เส้นทางรวยที่คนนิยมกันเช่น ค้าขาย, อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจเครือข่าย, นายหน้า และธุรกิจอินเตอร์เน็ต แน่นอนครับว่าธุรกิจออนไลน์หรือการทำธุรกิจผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเป็นธุรกิจอีกรูปแบบที่สร้างเศรษฐีเงินล้านมาหลายต่อหลายคนแล้ว เท่าที่ผมได้สัมผัสและคลุกคลีอยู่กับการทำธุรกิจออนไลน์ พบว่าอินเตอร์เน็ตคือแหล่งสร้างเงิน มันเป็นธุรกิจที่ทำให้เกิดความมั่งคั่งได้จริงๆ วันนี้ผมขอมาบอก วิธีรวยออนไลน์ลงทุน 0 บาท มีอะไรบ้าง

1 รวยออนไลน์ด้วยการรับจ้างทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ทำกราฟิคดีไซต์สวยๆ แค่มีความรู้ในเรื่องการสร้างเว็บไซต์ ใช้งานโปรแกรมออกแบบภาพได้ ก็สามารถรวยได้ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องลงทุนเลยสักบาท แค่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกับระบบอินเตอร์เน็ตก็สร้างความรวยได้เลยทีเดียว

2 รวยออนไลน์ด้วยการทำเว็บไซต์แล้วติดโฆษณา อันนี้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนด้วยซ้ำไป (ใช้บล็อกฟรียังได้) เพียงแค่เราหาเรื่องที่เราชอบแล้วสร้างเว็บไซต์ ลงมือเขียนบทความ เมื่อเริ่มมีคนเข้าเว็บไซต์ เราก็ติดโฆษณา ขายแบนเนอร์ เพียงเท่านี้ก็มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แต่ขอบอกก่อนนะครับว่า รายได้จะยังไม่มาในตอนแรก ต้องใช้เวลาในการเติบโต

3 รวยออนไลน์ด้วยการทำคลิปวิดีโอยูทูป ลองมองเข้ามาในตัวของเราว่า เรามีความรู้อะไร หรือสามารถทำอะไรได้บ้าง เราสามารถแบ่งปันอะไรในสิ่งที่เรามีให้กับคนอื่น อัดคลิปวิดีโอ หรือทำเป็นวิดีโอความยาวก็ได้ แล้วก็อัพโหลดวิดีโอของเราลงเว็บยูทูป จากนั้นก็กดสร้างรายได้ เพียงเท่านี้เราก็จะมีรายได้จากการทำวิดีโอแล้วครับ ผมอยากบอกว่าการทำคลิปวิดีโอ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคนที่มีไอเดียมานักต่อนักแล้วครับ เศรษฐีหลายคนร่ำรวยจากยูทูป

4 เป็นนายหน้าขายสินค้าและบริการ อันนี้เป็นการแบ่งเปอร์เซ็นต์กับเจ้าของเว็บไซต์ หลักการคือเรานำสินค้าหรือบริการมาประชาสัมพันธ์ ถ้ามีคนซื้อสินค้าหรือบริการนั้นเราก็จะได้ค่านายหน้า ง่ายๆ แค่นี้ ส่วนวิธีการเผยแพร่หรือประชาสัมพันธ์ลองไปศึกษาดูนะครับ ไม่ยากและไม่ง่าย

5 รวยออนไลน์ด้วยการขายของออนไลน์ สินค้าที่เรานำมาขายไม่จำเป็นต้องลงทุนเลยด้วยซ้ำ เพราะเราสามารถนำสินค้าของคนอื่นมาทำการตลาด หรือประชาสัมพันธ์ หากมีคนสั่งของจากเรา เราก็ค่อยซื้อแล้วส่งไปให้ทางไปษณีย์ เห็นไหมครับว่า การซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าก่อนก็ได้ แค่มีไอเดียก็รวยกันได้

6 รวยออนไลน์ลงทุน 0 บาท ยังมีอีกมากนะครับ เช่นการทำเว็บครอบลิ้ง, การหาคนมากรอกแบบฟอร์มแล้วเราก็ได้เงิน, การเขียนบล็อกส่วนตัว, การทำหนังสือขายออนไลน์, การขายคอสอบรมสัมมนา, การสร้างโปรแกรมมือถือ, การจับคู่สินค้าที่คนต้องการกับคนที่ผลิต เป็นต้น

ตลาดออนไลน์ยังเปิดกว้างสำหรับทุกท่าน เพียงแค่หาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราถนัด ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง อย่าท้อถอย ทุกตลาดมีปลามากมายให้ได้จับกันตลอด บางคนบอกว่าตลาดนี้วายแล้ว แต่ก็ทุกครั้งก็จะมีผู้ที่สร้างรายได้จากมันอยู่เสมอ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือทัศนคติ จากนั้นก็ลงมือทำ รวยออนไลน์ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลยสักบาท แต่ถ้าไม่ใช้เงินลงทุน ท่านก็ต้องมีบางอย่างแลกเช่น เวลา, ความรู้ หรือประสบการณ์เป็นต้น ยังไงผมเชื่อว่า เส้นทางสายรวยออนไลน์ยังคงเปิดรอทุกท่านครับ

Credit : wcrich

หลายท่านอยากเริ่มต้นขายของออนไลน์

หลายท่านอยากเริ่มต้นขายของออนไลน์

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

หลายท่านอยากเริ่มต้นขายของออนไลน์

แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นการขายอย่างไรดี  บทความนี้ผมมีแนวทางการเริ่มต้นขายของออนไลน์มาแนะนำ  เป็นวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลจริง  แต่ย้ำนะครับว่าเหมาะสำหรับมือใหม่หัดขายเท่านั้น  ถ้ามืออาชีพเน้นระยะยาวจะอีกแนวทางหนึ่งครับ  และที่สำคัญผมจะข้ามคำถามที่ว่า “จะขายของออนไลน์อะไรดี”  ไปนะครับ  คิดซะว่าท่านรู้แล้วว่าจะขายอะไรดี  แต่จะขายยังไงนั้นลองอ่านกันดูครับ

1. ลูกค้าที่ค้นหาสินค้าผ่าน GooGle มีโอกาสซื้อมากกว่าช่องทางอื่น    ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ สินค้าของเราต้องติดอันดับในหน้าค้นหาของ Google  ใน Keyword ที่ลูกค้าชอบค้นหาให้ได้  ไม่ขึ้นเองก็ต้องจ่ายเงินเพื่อขึ้นให้ได้

2. ต้องให้ความสำคัญกับ Keyword เช่น เสื้อกันหนาวราคาถูก ผ้าปูที่นอนลายคิตตี้  ขายเสื้อหลุดโรงงาน เป็นต้น  นี่คือกลุ่มคำที่ลูกค้าจะค้นหาเราผ่าน GooGle ครับ

3. มือใหม่ต้องใช้ของฟรีที่มีคุณภาพในการสร้างร้านค้าเพื่อขายของออนไลน์  เช่น Facebook Fanpage  Youtube  IG  เป็นต้น  เพราะจะทำให้ติดอันดับในหน้าค้นหาของ GooGle ได้ง่ายขึ้น  โดยตั้งชื่อเป็น Keyword เลยเป็นต้น

4. หมั่นลงโฆษณาบ้าง ทั้ง GooGle Adword และของ Facebook วันละประมาณ 50 – 100 บาท  ถือว่าไม่แพง  แต่ควรศึกษาให้เข้าใจอย่างดีก่อนตัดสินใจลงโฆษณาเดี๋ยวจะเจ้งไม่รู้ตัว

5. ควรมีช่องทางการติดต่อหลายช่องทาง  โดยเฉพาะ Line คนไทยเรานิยมมาก  นิยมมากจนบางครั้งลืมไปว่าเครื่องที่เราใช้ Line อยู่นั้นคือ โทรศัพท์มือถือ  นอกจาก Line แล้ว ต้องมี Facebook โทรศัพท์  email เป็นต้น  เพื่อความสะดวกในการติดต่อ  และลูกค้าแต่ละคนก็นิยมติดต่อตามความสะดวกของตนเอง  ซึ่งก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน

6. การตอบคำถามลูกค้าต้องมีความสุภาพ  มีความอดทน ตอบอย่างละเอียดสั้นกระชับ  ไม่มีลูกค้าคนไหนอยากซื้อสินค้ากันคนขายที่ปากไม่ดี

7. อย่าทำตัวไก่อ่อน ต้องนิ่งเข้าไว้  ไม่ทำตัวให้ลูกค้ามองว่าเราอยากขายมากๆ  อย่าลดราคาง่ายๆ  ซื้อเยอะค่อยลด แต่อย่าลดเยอะมากจนดูไม่มีราคา

8. หมั่นอัพเดทความเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ  ให้ลูกค้ารู้ว่าเรายังขายอยู่  ลูกค้าจำนวนมากจะสังเกตวันที่โพสล่าสุด  ถ้านานมากก็ไม่อยากติดต่อไปมันเสียเวลา

9. รูปสินค้ามีผลมากในการดึงดูดความสนใจของลูกค้า  ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อของกับเรา  ดังนั้นควรถ่ายรูปเอง  สินค้าที่ต้องดูรูปลักษณ์ภายนอกก็ควรถ่ายให้ได้หลากหลายมุม  ที่สำคัญรูปต้องดูเป็นมืออาชีพ  (เรื่องนี้ศึกษาเพิ่มเติมได้ไม่ยากครับ)

10.  การตั้งราคาขายก็สำคัญ  กำไรต้องไม่ต่ำกว่า 30%  ซื้อเยอะเพิ่มสิทธิ์ส่งฟรี  ของชิ้นเล็กน้ำหนักเบาแต่ราคาสูง  ย่อมดีกว่าของชิ้นใหญ่น้ำหนักมากแต่ราคาถูกอย่างแน่นอน

11. รายละเอียดสินค้าต้องชัดเจน  ถ้าเราให้รายละเอียดในตัวสินค้าไปเยอะเท่าไหร่  ลูกค้าก็จะถามน้อยลงเท่านั้น  คนที่ถามเข้ามาก็จะเป็นคนที่สนใจจริงๆ โอกาสซื้อก็จะเยอะตาม  เราก็จะไม่เหนื่อยและไม่ท้อ โอกาสขายได้ก็มีเยอะตามครับ

12. แจ้งความเคลื่อนไหวในการส่งสินค้าให้ลูกค้าทราบ  เช่น ส่งของตอนเช้าพอช่วงบ่ายก็แจ้งเลขพัสดุทาง inbox ให้ลูกค้าทราบ  เท่านี้การขายก็ราบรื่นแล้วครับ

พ่อค้าแม่ขาย มือใหม่ อยากขายของออนไลน์  ลองนำแนวทางที่ผมแนะนำไปใช้ดูนะครับ  ได้ผลอย่างไรก็กลับมาเขียนให้อ่านบ้างนะครับ  เมื่อเริ่มต้นถูกมันก็ขายได้ง่าย  ให้ขายของออนไลน์ชิ้นแรกให้ได้ก่อนที่จะหวังรายได้จำนวนมาก  แล้วนำประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดให้เติบโตและยั่งยืน  สร้างแบรนด์ของตัวเองให้ได้ครับ โชคดีทุกท่านครับ

ขายของแบบเทพๆ

ขายของแบบเทพๆ

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

ขายของแบบเทพๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ

เนื่องจากงานผมค่อนข้างยุ่งๆเลยไม่ได้เข้ามาอัพเดทบล็อคซะนานเลยวันนี้ผมจะมาบอกอีกเทคนิคหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการขายของให้เห็นผลเร็วที่สุดหรือขายได้ภายในชั่วค่ำคืน

ผมเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนๆหลายคนคงเคยลองนำสินค้ามาลงขายบ้างแล้ว แต่ผลลัพธิ์ก็ไม่ได้เป็นดังที่คาดหวังบางทีก็รอนานเป็นเดือนๆก็ยังเงียบขายไม่ออก จะขายสินค้าให้ได้หลักการง่ายๆเลยก็แค่ทำให้ลูกค้าได้เ้ห็นสินค้าของเราก่อน บางคนอาจใช้วิธีโพสตามเว็บประกาศฟรีซึ่งผมบอกได้เลยว่าการลงประกาศฟรีเป็นวิธีการที่ได้ผลน้อยที่สุด

เพื่อนๆลองสังเกตุตัวเพื่อนๆเองก็ได้ครับว่าเวลาเราเห็นประกาศขายของทั่วไปที่มีอยู่มากมายในเว็บประกาศขายของฟรีเพื่้อนๆเคยลองคลิกเข้าไปดูบ้างใหมหรืออยากเข้าไปดูมั้ย หลักเหมือนกันไม่มีคนอยากดูจริงๆแค่ต้องการลงประกาศขายของฟรีเท่านั้น ผมถึงได้บอกว่ามันเป็นวิธีที่ได้ผลน้อยมาก

แล้วทำไง? ลูกค้าถึงจะได้เห็นสินค้าของเราได้มากที่สุด จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวผมเองนะครับ
อันดับหนึ่ง คือ ทำโฆษณาแบบเสียเงินครับ (ลงทุน 100 ได้กลับมา 500 ก็คุ้มจริงมั้ยครับ) ทำธุรกิจก็ต้องมีการลงทุนกันบ้างครับ ซึ่งเราสามารถจำกัดงบของเราได้และสินค้าของเราสามารถออกสู่สายตาของลูกค้าได้ทันที วิธีการนี้ผมสามารถขายสินค้าได้ใน1 วันครับ   ส่วนเว็บที่ผมใช้ทำโฆษณามีสองที่ครับ ที่ทำมาและรู้สึกว่าเห็นผลที่สุดและตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด และประหยัดสุด

1. Google Adword

Image result for adword
ตัวอย่าง โฆษณาของเราจะขึ้นหน้าแรกของ google ตามในภาพ


หลักการง่ายๆ PPC (pay per click) หรือจ่ายเมื่อมีคนคลิก ค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่เราจะตั้งครับ ผมก็ประมาณ 2 บาทต่อคลิกครับ ซึ่งถูกมากๆ

2.      BumQ.com      

อันนี้เว็บของไทยเราเองครับ ค่าโฆษณาจะเริ่มต้นที่ 1 บาท ต่อคลิก ถูกมากๆ 100 คลิก จ่าย 100 บาท ได้ลูกค้า 100 คน ต้องมีซักคนที่ซื้อของๆเราจริงมั้ยครับ

การขายของโดยวิธีการที่ว่ามานี้ผมรู้สึกว่าคุ้มค่ามากครับ สินค้าออกเร็ว ได้เงินเร็ว ไม่เสียเวลามาก มีเวลาทำอย่างอื่นได้เยอะเลย

ซึ่งถ้าเพื่อนๆที่ยังขายของไม่ได้เพราะไม่มีลูกค้าเข้ามาดูสินค้าของเรา ก็ลองใช้บริการจากเว็บเหล่านี้ดูครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าภายในวันสองวันนี้ เตรียมตัวรับโทรศัพท์หรือเช็คอีเมลย์ได้เลยครับมีออเดอร์มาแน่นอน  รวยๆกันทุกคนนะครับ  บทความต่อไปผมจะเล่าเกี่ยวกับสินค้ามือสองที่ขายดีมาก ที่ผมเคยขายเองกับมือ และยังขายดีอยู่ ณ ตอนนี้เดี๋ยวนี้ สัปดาห์หน้าผมลงให้ครับ ขอเรียบเรียงความคิดก่อน เจอกันใหม่ครับ

บุญชัย

5 เทรนด์ธุรกิจ แรงแซงโค้งปี 2017

5 เทรนด์ธุรกิจ แรงแซงโค้งปี 2017

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

5 เทรนด์ธุรกิจ แรงแซงโค้งปี 2017

ในยุคที่ผู้บริโภคมีอิทธิพลต่อการทำตลาด การเรียนรู้“พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้ โดยเทรนด์ธุรกิจที่จะมาแรงในปีนี้ ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น การก้าวเข้าสู่สังคมเมือง การเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ การหันมาใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน รวมถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในแต่ละเจเนอเรชั่น

เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้ประกอบการบางกลุ่มที่อาจจะไม่ได้รับโอกาสจากเทรนด์ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมอาจจะไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์ธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ต้องมีการปรับตัว รวมถึงเรียนรู้ถึงพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และรสนิยมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายธุรกิจของตนเองอยู่เสมอ การเข้ามาของเทรนด์ธุรกิจใหม่อาจจะเป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค โดยเฉพาะในบางธุรกิจที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นผู้ครองตลาด ผู้ประกอบการ SME จึงควรติดตามความเคลื่อนไหวและหาช่องทางให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจดังกล่าวให้ได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าและบริการให้โดดเด่น เพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้บริโภค รวมไปถึงควรมองหาโอกาสทางธุรกิจและช่องทางการตลาดใหม่ๆอยู่เสมอ

5เทรนด์ธุรกิจมาแรง 
-อาหารและเครื่องดื่ม
-สุขภาพ
-ผู้สูงอายุ
-เทคโนโลยี
-ความสวยงาม

5ธุรกิจไม่ปรับตัว อาจอยู่ยาก
-ร้านอาหารตามสั่ง
-ธุรกิจแบบมีหน้าร้าน
-สินค้าที่มีส่วนผสมของสารเคมี
-สื่อสิ่งพิมพ์
-จุดรับชำระค่าสินค้าและบริการ

วิธีปรับตัวรับเทรนด์ธุรกิจ
-ทำความเข้าใจเทรนด์ธุรกิจ
-เรียนรู้เครื่องมือการตลาดใหม่
-ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน
-เจาะตลาดที่กำลังเติบโต
-พัฒนาศักยภาพของบุคลากร

ที่มา : KSME Analysis

โรงงานรับผลิตเครื่องสําอาง Beauty Cuizine Labs

5 วิธีปั้นแบรนด์ให้ดังของยุคออนไลน์

5 วิธีปั้นแบรนด์ให้ดังของยุคออนไลน์

เทคนิคการสร้างแบรนด์ OEM

5 วิธีปั้นแบรนด์ให้ดังของยุคออนไลน์

 

1. โฆษณาให้เป็นที่รู้จัก ไปกับ 3 Social Media สุดฮิต

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลในการใช้ชีวิต ซึ่งจุดประสงค์หลักของการใช้งาน เพื่อการสื่อสารและบ่งบอกสถานะการมีตัวตนบนโลกออนไลน์  สามารถถ่ายทอดออกมาแทนคำพูด ในรูปแบบ ข้อความ รูปภาพและวิดีโอ หากคุณต้องการเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเพื่อการโปรโมทสินค้า ขอแนะนำ 3 โซเชี่ยล มีเดียสุดฮิต  ที่จะทำให้แบรนด์คุณเป็นที่รู้จัก ด้วยการโฆษณาผ่านทาง Facebook ,Pinterest และ Twitter

2. ความสำเร็จไม่ขึ้นอยู่กับการมี Follow เยอะ

การทำตลาดออนไลน์บนโซเชี่ยล มีเดีย อาจทำให้ใครหลายคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจหรือผู้ประกอบการธุรกิจ SME  มีความกังวล ด้านการแข่งขันกับแบรนด์ดังๆ ส่วนใหญ่มีความคิดว่า แบรนด์ดังๆเหล่านั้น มีคนติดตามเยอะ และเป็นที่รู้จัก แล้วธุรกิจแบบเราจะสู้เขาได้ยังไง  ด้วยความคิดเหล่านี้ อาจทำให้คุณย่อท้อและเป็นเหตุผลให้คุณล้มเลิก ต่อการตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์  จึงทำให้เว็บไซต์ Social Monitoring  ให้ความสนใจในเรื่องนี้  ได้วิเคราะห์ แบรนด์ดังๆและเป็นที่รู้จัก โดยทำการตรวจสอบข้อความ มากกว่า 1 ล้านข้อความ ในระยะเวลา 2 ปี พบว่า 91 % ของแบรนด์ต่างๆที่โด่งดัง ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องมีคนติดตามมากเสมอไป  และมีแบรนด์เพียง  6 % เท่านั้น ไม่พอใจกับการมีผู้ติดตามน้อย  การมีผู้ติดตามเยอะไม่ได้ชี้วัดถึงความสำเร็จของธุรกิจเสมอไป

 

3. จริงหรือ…ข้อความสำคัญกว่ารูปภาพ !

ถ้าจะกล่าวกันว่า การเขียนเนื้อหากับรูปภาพ สิ่งไหนมีความสำคัญกว่ากัน ในการโฆษณา ถ้าคุณคิดว่ารูปภาพสำคัญกว่าละก็     คุณคิดผิด……..!  จากผลสำรวจในปี 2012  Social Media Examiner เป็นหนึ่งในบล็อก Social Media Marketing ที่โด่งดังได้มีการสำรวจนักการตลาดดิจิทัลมากกว่า 3,000  คน ถึงทัศนคติและมุมมองด้านการตลาด พบว่า 58 % ของนักการตลาดดิจิทัลคิดว่า การเขียน  มีสำคัญกว่า รูปภาพ   เนื่องจากการทำโฆษณาออนไลน์ควรเสนอเนื้อหา เพราะค่าเฉลี่ยการซื้อสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ ลูกค้าจะดูคุณสมบัติจากการเขียนเป็นอันดับแรกและอีก 19 %  คิดว่า รูปภาพมีความสำคัญต่อเนื้อหาเหมาะแก่ธุรกิจร้านอาหาร

 

4. สถิติแม่นยำกว่าฮวงจุ้ย

การทำธุรกิจออนไลน์ไม่จำเป็น ต้องดูฮวงจุ้ย เพราะไม่มีความจำเป็นใดๆจะต้องดู ฤกษ์งามยามดี  แต่สิ่งหนึ่งที่คุณควรให้ความสำคัญกับการโฆษณาออนไลน์ คือ สถิติ วันและเวลาของผู้ใช้งาน  จากรายงานของเว็บไซต์  Adobe ได้จัดทำสถิติของผู้ใช้งาน จำนวน 225 ล้านโพสผ่าน Facebook ตลอดระยะเวลา 2 ปี  พบว่า วันที่มีผู้ใช้งาน Facebook มากที่สุดคือ วันศุกร์  ไม่ว่าจะเป็น Comment , Share ,และ Like

5. ดังได้โดยไม่ต้องซื้อ Like

หลายคน เคยตั้งคำถามกับตัวเอง จะทำยังไงให้ แบรนด์ ของคุณเป็นที่รู้จักบน Facebook บางคนก็หาวิธีการต่างๆ จนสุดท้ายก็ล้มเลิกวิธีการเหล่านั้นไป แต่ในทางตรงข้ามทางเดียวที่สามารถทำ Follow หรือ Like เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ เงิน นั่นเอง  บางแบรนด์ตัดสินใจใช้เงินเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะมีความเชื่อว่า ยอด Like เยอะยิ่งโด่งดังหรือแม้กระทั่งใช้เพื่อ เกทับ คู่แข่งรายอื่น  แต่สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ SME  อาจจะมีงบประมาณไม่มากนัก  จึงไม่สามารถซื้อได้ สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณวิตกและล้มเลิการทำโฆษณาบน Facebook  แต่หลังจากนี้คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เมื่อทางเว็บไซต์ Social Baker จัดทำสถิติมากกว่า 30,000 Facebook Page  พบว่า ในปี 2014   ส่วนใหญ่ 87% ของ Facebook Page  เป็นที่รู้จักจากการโพส รูปภาพ อีก 10 % มาจากการซื้อ Like ส่วนที่เหลือมาจากการโพส Link, Video, และStatus  ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพียงแค่โพสรูปภาพ สร้างแบรนด์เพื่อความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์

Credits : itopplus